จดหมายปลายทาง

posted on 29 Jul 2009 14:52 by lonelyiped

 

ถึงจะดู The Letter เป็นรอบที่ 4 แล้วแต่หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเรียกน้ำมูกน้ำตาให้ไหลออกมาเหมือนทำนบแตก วันนี้ไม่ได้จะมาชวนทุกคนไปร้องไห้ให้พระเอกที่ต้องตายก่อนวัยอันควร แต่อยากจะมาชวนให้เขียนจดหมายกัน

 

เรากับซองจดหมายได้เจอหน้ากันอยู่ทุกเดือน โดยมีเจ้าประจำผูกขาดส่งจดหมายมาให้จากเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์รูปใบพัด ซองนี้ได้รับแล้วไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าไร แต่ถ้าวันไหนได้รับจดหมายประเภทที่คนเขียนเขาตั้งใจเขียนมาถามไถ่ทุกข์สุขหรือบอกเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง(ซึ่งก็มีน้อยครั้ง) ก็จะรู้สึกกระดี๊กระด๊าเหมือนกระดี่ได้น้ำ แม้กระทั่งจดหมายหรือโปสการ์ดที่เขียนเอง ส่งเอง พอได้อ่านเองก็ยังมีความสุขที่เรื่องราวเมื่อครั้งไปเที่ยวได้เดินทางกลับมาให้เราได้คิดถึงบรรยากาศในวันนั้นอีกครั้ง

 

ที่เราชอบเขียนคงเพราะเราไม่ชอบพูดและเขียนมันมีเวลาคิดได้นาน เขียนผิดก็ลบแก้จนกว่าข้อความนั้นจะเป็นไปในแบบที่เราต้องการ

 

ดังนั้นการจะเขียนจดหมายสักฉบับจึงไม่ได้ใช้แค่ดินสอ กระดาษ หากแต่ต้องใช้ความตั้งใจด้วย บางฉบับที่ส่งมาแค่เห็นหน้าตายังไม่ต้องอ่านก็รู้เลยว่าตั้งใจ เพราะในหน้ากระดาษที่ส่งมานอกจากมีลายมือแล้วก็ยังมีลายเส้นของคนเขียนให้เห็นด้วย ถ้าได้รับจดหมายเราเลยจะรีบเขียนตอบกลับไปทันที ไม่ค่อยทิ้งเวลาให้คนส่งสงสัยนานว่าจดหมายจะถูกส่งถึงมือผู้รับหรือยังหรืออ่านแล้วจะรู้สึกยังไง

 

หลังจากดู The Letter ก็เลยรู้สึกว่าเราโชคดีที่ยังมีโอกาสเขียนจดหมายโต้ตอบกับคนอื่น แต่ดิวเป็นตัวละครที่ไม่ชอบเขียนจดหมาย เลยได้แต่อ่านอย่างเดียวและถึงอยากจะเขียนตอบดิวก็คงไม่รู้ว่าจะเขียนจ่าหน้าซองระบุที่อยู่ของต้นว่ายังไง

 

ในวันที่เรายังมีปลายทางให้เขียนถึงก็มาเขียนจดหมายกันเถอะ

 

.. ที่อยู่เรา 4/106 สะแกงามวิลล่า ซ.3 .พระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

 

 

  ด้วยรักและคิดถึง 

Lonelyiped

ก้าวเข้าบ้านด้วยอาการเคอะๆ เขินๆ เพราะสร้างบ้านแล้วแต่ไม่ยอมตกแต่ง

ปล่อยให้บ้านโล่งโจ้งจนแขกที่เข้ามาเยี่ยมชมถึงกับเอ่ยปากขอให้เราลงมือแต่งบ้านสักที

คำตอบที่บอกเขาไปแบบอายๆ ก็คืออ้างว่าทำโน่น ทำนี่อยู่ เลยไม่มีเวลา

และเหตุที่ทำให้ได้ฤกษ์เริ่มแต่งบ้านก็เพราะมีแรงขับจากพี่ก้อง เป็นแรงขับที่แร๊งงง

รู้สึกเหมือนถูกต่อว่าเข้าอย่างจัง

พี่ก้องเขียนไว้ใน wake up! ฉบับล่าสุดว่า

 

คำถามที่ผมมักจะถูกถามบ่อยไม่แพ้กันก็คือ เอาเวลาที่ไหนมาทำงานเยอะแยะ

หรือไม่ก็อยากทำโน่น ทำนี่แต่ไม่มีเวลา ทำอย่างไรดี

ผมเห็นใจครับ แต่ไม่ค่อยเห็นด้วย ผมว่าเราทุกคนล้วนมีเวลา สิ่งที่เราขาดไปคือ ใจต่างหาก

หากเรามี ใจ ให้มัน เดี๋ยวเวลาก็มาเอง

ถ้าเราไม่มีเวลาให้กับความฝันของเรา ไม่มีเวลาให้กับสิ่งที่เรารัก ก็อย่าเรียกมันว่าสิ่งที่เรารักเลยครับ

 

จริงๆ แล้วพี่ก้องเคยพูดอะไรทำนองนี้ให้เราฟังอยู่ครั้งหนึ่งก่อนจะหมดชั่วโมงเรียนว่า

ทุกคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องเวลา พี่คิดว่านะ มีปัญหาเรื่องใจต่างหาก

ซึ่งประโยคนั้นก็เป็นแรงขับให้เราเริ่มเขียนใบสมัครหนุ่มนักโบกกับสาวผู้โชคร้ายและใบสมัคร a team junior หลังจากที่หลงโยนความผิดให้ เวลาอยู่นาน

อ่าน wake up! วันนั้นเลยรู้สึกเหมือนโดนว่าซ้ำซ้อน

ต้องรีบลุกมาแต่งบ้านไว้รอรับแขก(ไม่ใช่แขกก็ยินดีต้อนรับนะ)

ต่อจากนี้เราคงจะมีเรื่องอะไรมาเล่าให้เพื่อนบ้าน exteen ได้ฟังกันบ่อยๆ เพราะเข้าไปถึง ใจ แล้วว่าอย่าได้ใช้คำว่า ไม่มีเวลา มาเป็นข้ออ้างอีก

edit @ 28 Jul 2009 21:02:28 by lonelyiped

edit @ 28 Jul 2009 21:06:26 by lonelyiped